บทความ

กว่าจะเป็น ภาณุเดช สืบเพ็ง ดาวดวงใหม่แห่งเสือป่าราชา


นี่คือเรื่องราวของปีกคนใหม่เสือป่าราชา ที่เริ่มต้นบนเส้นทางฟุตบอลช้ากว่าใครเพื่อน แต่วันนี้เค้าใช้ฝีเท้าและความมุ่งมั่นในการพาตนเองขยับสู่ยอดทีม Thai League 3 แห่งเมืองพระปฐมเจดีย์ที่ชื่อ ภาณุเดช สืบเพ็ง

ไอ้หนุ่มเซาะกราว

“ผมไม่คิดเลยนะว่าผมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ” 
เด็กชายภาณุเดช สืบเพ็ง เกิดและเติบโตที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ดินแดนที่สร้างนักฟุตบอลชื่อดังมาแล้วอย่างมากมาย เขาไม่ใช่เด็กที่เกิดมาพร้อมกับลูกฟุตบอลเหมือนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันและเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง เจ้าของกิจการผู้รับเหมาในกรุงเทพมหานคร มีรายได้จุนเจือเจ้าตัวและน้องสาวได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้
“บ้านเกิดผมอยู่ที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ สมัยเด็กๆ ใช้ชีวิตเหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไป ใช้ชีวิตตามท้องทุ่งนาและในชนบท ไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก ใช้ชีวิตตามประสาเด็กทั่วไป ส่วนเรื่องฟุตบอลถ้ามีโอกาสก็เล่นกับเพื่อนบ้าง แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก จนกระทั่งเรียนจบชั้น ป.6 ก็เลยมีโอกาสย้ายมาเรียนในกรุงเทพมหานคร เพราะพ่อแม่ทำงานที่นี่ครับ”

จากบวชเรียน สู่ฟุตบอล

“หลังจากเรียนจบชั้น ป.6 พ่อแม่ย้ายผมมาเรียนในกรุงเทพฯ ทั้งสองท่านตั้งใจจะให้บวชเป็นสามเณรและเรียนในโรงเรียนปริยัตธรรมด้วย แต่ผมก็บวชได้ไม่นานนักจึงขอลาสิกขา เพราะมองว่าคงไม่เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่ จากนั้นก็เลยได้เข้าเรียนที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 75 เฉลิมพระเกียรติ ที่นั่นผมได้เจอเพื่อนมากมายและได้เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง จาก Wanta Fc ที่พ่อส่งผมไปหัดเล่นฟุตบอล เพียงเพราะอยากให้ผมเล่นกีฬา แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก เล่นไปตามประสาเด็กๆ”
แม้การเริ่มต้นครั้งนั้นจะไม่ได้เกิดจากความต้องการของเจ้าตัว แต่ด้วยพรสวรรค์ผสานกับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของเด็กที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเส้นทางตนเองอย่างไรในขณะนั้น 
“หลังจากเรียนจบชั้น ม.3 ผมก็เลยย้ายไปเรียนที่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร ที่นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตผมกับฟุตบอลก็ว่าได้ เพราะมีรุ่นพี่ในโรงเรียนเซ็นต์สัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นั่นทำให้ผมมีความอยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนพี่เค้า เลยตั้งใจเล่นฟุตบอล ตั้งใจฝึกซ้อมและฝันว่าสักวันผมจะต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ครับ”

ฝันแรกที่หัวหิน

หลังจากเรียนจบชั้น ม.6 ที่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ สถานที่เรียกได้ว่าเป็นสถานเพาะบ่มฝีเท้าของเจ้าตัวแห่งแรกอย่างเป็นทางการ การก้าวเข้าสู่ชีวิตนักเตะที่เป็นความใฝ่ฝัน คือ สิ่งท้าทายความสามารถของดาวเตะร่างเล็กรายนี้เป็นอย่างมากและทีมที่จะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด นั่นคือ หัวหิน ซิตี้ ทีมในศึก Thai League 4 แห่งโซนตะวันตกที่ผลิตนักเตะดาวรุ่งชื่อดังป้อนวงการฟุตบอลไทยมาอย่างมากมาย
“หลังจากเรียนจบชั้น ม.6 ก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์วันทา จันทะโยธาให้ไปคัดตัวทีมหัวหิน ซิตี้ ผมจึงตัดสินใจเดินทางไปคัดตัวคนเดียว ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะผ่านการคัดตัวเพราะมีคนคัดหลายร้อยคนเหมือนกัน ท้ายที่สุดก็ผ่าน ได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักเตะอาชีพตามความฝัน ช่วงเปิดฤดูกาลก็ไม่คิดว่าจะยึดตัวจริงของทีมมองแค่ว่าต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะตอนนั้นผมเลือกที่จะทุ่มเทให้กับฟุตบอล ผมเลือกที่จะหยุดเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐมเพื่อฟุตบอล เลือกทำตามความฝัน พอเปิดฤดูกาลก็ไม่ได้เล่นจริงๆ ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าตนเองยังไม่ดีพอและบอกตัวเองว่าวันนี้เราไม่ได้ลงเล่น เพราะเรายังไม่ดีพอ แต่ถ้าสักวันเราลงเล่น โอกาสเป็นของเรา ผมจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปอย่างแน่นอนและผมก็ได้รับโอกาสนั้นในนัดที่ 4 ของฤดูกาล จากนั้นตำแหน่งตัวจริงก็เป็นของผมโดยตลอด จนผมสามารถพาทีมไปรอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จพร้อมซัดไป 4 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ถามว่าพอใจมั๊ย พอใจที่ตามฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ แต่ผลงานในสนามไม่ค่อยพอใจและที่สำคัญคือความฝันของผมยังใม่จบ”

ผสม ผสาน หลอมรวม มุงมั่น

ความตั้งใจเป็นนักฟุตบอลอาชีพอาจเป็นสิ่งที่เกิดกับเด็กผู้ชายแทบทุกคนที่หวังอยู่บนเส้นทางของอาชีพที่มองว่ามีเกียรติ มีชื่อเสียงและรายได้ที่ดี แต่กับเด็กหนุ่มที่เดินบนเส้นทางความฝันที่ต่างจากเด็กคนอื่นทั่วไป เด็กที่เริ่มต้นเล่นฟุตบอลช้ากว่าใครคนอื่น เด็กที่หัดเตะฟุตบอลจากอะคาเดมี่ที่พ่อพาไปเล่นเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เด็กที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนจากมหาอำนาจลูกหนังขาสั้นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เจ้าตัวใช้ในการพัฒนาฝีเท้าย่อมหนักว่าคนอื่นเค้า
“ผมทำทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางที่จะให้ตนเองเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ ผมดูคลิปและดูถ่ายทอดฟุตบอลให้มากที่สุด ดูเพื่อที่จะเรียนรู้จากนักฟุตบอลที่ดี นักฟุตบอลเก่งๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่เจ พี่มุ้ย พี่อุ้มและนักเตะทีมชาติคนอื่นๆ พยายามเอาจุดเด่นและทริกการเล่นฟุตบอลจากทุกคนมาฝึกฝน บางอย่างผมอาจทำไม่ได้ในวันนี้แต่ผมว่าสักวันผมจะทำได้สำเร็จจากการฝึกซ้อม ผมเชื่อเสมอว่าการทำงานหนักจะทำให้ผมประสบความสำเร็จครับ”

สู่ฝันด้วย Messenger

“ผมทราบข่าวว่าที่นครปฐม ยูไนเต็ด เปิดคัดตัวหลังจากที่คัดตัวไปแล้ววันนึง ด้วยความที่อยากทดสอบฝีเท้าตัวเองว่าดีพอและพัฒนาไปมากเพียงใด จึงตัดสินใจส่ง Messenger หาโค้ชธง เพื่อส่งโปรไฟล์และแนะนำตัว โค้ชธงเลยแจ้งว่าให้ไปคัดตัวได้ในวันรุ่งขึ้นที่สนาม จึงตัดสินใจหิ้วสตั๊ดขึ้นรถตู้เดินทางไปคัดตัวเพียงคนเดียวโดยที่ไม่บอกใคร ถามว่าตอนนั้นคิดอย่างไร ผมก็คิดแค่ว่าผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและเชื่อมั่นว่าความตั้งใจย่อมให้ผลดีแก่เราเสมอ อีกอย่างเชื่อว่าที่ได้รับโอกาสในครั้งนั้นคงมาจากผลงานที่ผมยิงทีมนครปฐม ยูไนเต็ดในรอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกปีที่ผ่านมาจึงทำให้ได้รับโอกาสในครั้งนี้ พอทดสอบฝีเท้าไปได้สักพักผมก็ได้เซ็นต์สัญญากับทีมนครปฐม ยูไนเต็ด รู้สึกดีใจมาก โทรบอกพ่อว่าผมทำได้แล้ว ได้เซ็นต์สัญญากับทีมที่ยิ่งใหญ่ทีมหนึ่งของเมืองไทย”
ดาวเตะความเร็วสูงเล่าถึงเส้นทางในการผันตัวเองจากนักเตะอาชีพที่ผ่านการลงเล่นศึก Thai League 4 ในฤดูกาลแรกสู่การกลายเป็นขุนพลใหม่ของทีมยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยอย่างนครปฐม ยูไนเต็ด

ก้าวแรกบน T3

การใช้ชีวิตในช่วงปิดฤดูกาลที่แทบไม่ได้พักสำหรับเจ้ารุ่ง ที่ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการฝึกซ้อม รักษาความฟิตและพัฒนาฝีเท้าตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาเพื่อใช้ในการล่าฝันการเป็นนักเตะใน Thai League 3 อย่างไม่ลดละซึ่งความพยายามดังกล่าวก็ให้ผลตอบแทนตามที่เจ้าตัวคาดหวังจนนำมาสู่การลงสนามในศึก Thai League 3 ที่มาเร็วกว่าที่เจ้าตัวคาดไว้เลยทีเดียว
“ผมไม่คิดว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเร็วขนาดนี้ หลังจากเซ็นต์สัญญากับทีมผมก็พยายามเรียนรู้จากเพื่อนร่วมทีมและพี่ๆในทีมให้มากที่สุด ขยัน ตั้งใจฝึกซ้อม ทำตามที่โค้ชสอนให้ดีที่สุดส่วนโอกาสลงสนามเป็นเรื่องของอนาคต แต่พอนัดที่ 2 ผมได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ความรู้สึกในขณะนั้นมันเหมือนฝันแต่ก็ปลุกตัวเองให้อยู่กับความจริงและลงไปทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ผลงานการลงเล่นตัวจริงนัดแรกให้กับทีมผมยังทำได้ไม่ดี เพราะมองว่าตัวเองยังทำได้ดีกว่านี้อีกเยอะ แต่ทุกอย่างผมจดจำไว้มาเป็นบทเรียน บทเรียนที่ผมพยายามเรียนรู้ในทุกๆวัน”

ไม่กลับบ้าน

การเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่มีเวลาในการทำงานสั้นและรายได้ไม่ดีนักในสภาวะปัจจุบันที่หลายคนมองว่าอยู่ในภาวะฟองสบู่แตก นักเตะหลายคนเลือกที่จะหันหาอาชีพที่มั่นคงเป็นอาชีพเสริม บางคนตัดสินใจหันหลังให้กับสังเวียนผืนหญ้าเพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่ไม่ใช่กับเด้กหนุ่มจากอำเภอสตึกคนนี้ที่ตัดสินใจเลือกที่จะหันหลังให้กับบ้านและพร้อมเดินทางตามล่าฝันที่หวังเพียงเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและวงศ์ตระกูล
“พ่อผมบอกเสมอว่า ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้าน ไปสืบทอดกิจการที่บ้าน ซึ่งถ้าผมกลับไปทำงานที่บ้านก็คงอยู่ได้สบายๆ มีรายได้ดีกว่าเล่นฟุตบอลพอสมควร แต่มันไม่ใช่สำหรับผม”
“ผมว่าฟุตบอลคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แม้จะมีรายได้ที่ไม่ได้มากมาย แต่การได้ทำความฝันมันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ทุกวินาทีในสนามคือความท้าทายสำหรับผม ผมคิดอยู่เสมอว่าวันนี้ผมจะทำได้ดีกว่ามื่อวานรึป่าว ฝีเท้าผมจะพัฒนาไปมากกว่ามื่อวานหรือไม่ ปีที่แล้วผมเล่น T4 ปีนี้ผมเล่น T3 ปีหน้าผมอยากลงเล่น T2 ไปพร้อมกับนครปฐม ยูไนเต็ดและความฝันของผมคือการลงเล่นใน T1 รวมทั้งการติดทีมชาติไทย วันนี้ผมจะยังไม่กลับบ้าน เพราะผมยังไม่ดีพอที่จะสร้างความภูมิใจให้กับครอบครัว ผมจะกลับบ้านก็ต่อเมื่อผมกลับไปพร้อมกับความภูมิใจให้กับครอบครัว วันที่ผมทำตามความฝันตนเองได้สำเร็จครับ”

นี่คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่กำลังแรกเริ่มเดินบนเส้นทางของความฝัน ที่ไม่มีใครรู้คำตอบในจุดหมายปลายทางของเส้นทางเส้นนี้ แต่อย่างน้อยความเชื่อ ความมุ่งมั่น ความทุ่มเท ก็เป็นสิ่งที่บอกเค้าตลอดมาถึงผลลัพธ์ที่ดีบนวิถีฟุตบอลที่เจ้าตัวต้องเผชิญด้วยความฝัน ฝันที่แม้จะไม่สมหวัง แต่สุขที่ยิ่งใหญ่ของความฝันคือการเดินตามความฝันของปีกดาวรุ่งที่ชื่อ ภาณุเดช สืบเพ็ง

Credit Picture : NakhonpathomUnited

Thai-football