บทความ

สหวรรษ กันทามูล : เพชรดวงใหม่ของวงการฟุตบอลไทยจากแดนล้านนา


หนุ่มน้อยจากอำเภอลอง ที่ตัดสินใจเดินทางมาสอบเพื่อเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนประจำจังหวัดเพื่อหวังเป็นเส้นทางในการก้าวสู่อาชีพตำรวจหรือทหารที่เค้าใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้นในสองเท้าจากโอกาสในการแสดงฝีเท้าเพียงครั้งเดียว ก่อนจะได้รับโอกาสสำคัญพร้อมกลายเป็นนักเตะอาชีพที่ลงเล่นใน Thai League 3 ด้วยวัยเพียง 17 ปี 10 เดือน ภายใต้สีเสื้อทีมขวัญใจอย่างแพร่ ยูไนเต็ดและยังเป็นทีมบ้านเกิดของเจ้าตัวอีกด้วย Thai-Football ขอพาทุกท่านไปรู้จักเรื่องราวชีวิตของเด็กหนุ่มที่กำลังได้รับการจับตามองในฐานะเพชรดวงใหม่ของวงการลูกหนังแห่งแดนล้านนา “กัน” สหวรรษ กันทามูล

ก้าวแรกสู่สังเวียน
ชีวิตในวัยเด็กของสหวรรษ กันทามูล ไม่แตกต่างจากเด็กน้อยที่หลงใหลในฟุตบอลเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ต่างก็คงจะเป็นพรสวรรค์และการสนับสนุนจากครอบครัวอย่างเต็มที่ที่ทำให้เด็กหนุ่มจากอำเภอลองรายนี้มาไกลกว่าบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นด้วยกัน
“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 7 ขวบ ตำแหน่งแรกที่เล่นคือกองกลาง ก่อนจะโดนโค้ชจับไปเล่นตำแหน่งปีกขวาบ้างในบางนัด ชีวิตในวัยเด็กก็เหมือนเด็กทั่วไปแถวบ้านเรียนหนังสือ ถ้ามีเวลาว่างก็เล่นฟุตบอล แต่อาจด้วยความที่เป็นลูกชายคนเดียวเลยได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะให้การสนับสนุนรองเท้าและอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงพาไปคัดตัวเข้าโรงเรียนหรืออะคาเดมี่สโมสรที่เคยไปไกลที่สุดคือจังหวัดสมุทรปราการ”

ความไม่คาดหวังที่เป็นความฝัน
หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนประจำอำเภอก่อนตัดสินใจเดินทางมาสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัด ที่ไม่ได้เป็นขาใหญ่ในวงการฟุตบอลขาสั้นของจังหวัดแพร่เท่าใดนักเพื่อหวังศึกษาหาความรู้และกรุยทางไปสู่กอาชีพที่เคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กอย่างทหารหรือตำรวจ ก่อนจะใช้ฝีเท้าแสดงให้โค้ชทีมทุ่งโฮ้ง ยูไนเต็ดได้เห็นพร้อมพาตนเองเข้าสู่ทีมดังแห่งล้านนาได้สำเร็จ
“ผมเรียนจบชั้น ม.3 ที่โรงเรียนลองวิทยาก็มาสอบเข้าที่โรงเรียนพิริยาลัยที่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดแพร่ ถามว่าตอนนั้นทำไมมาสอบก็คงเพราะผมอยากเป็นทหารหรือตำรวจที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก หลังจากสอบเข้าเรียนได้ก็ได้เล่นฟุตบอลให้ทีมโรงเรียนแข่งขันรายการต่างๆอย่างต่อเนื่อง จนมีแม็ตช์แข่งกับทีมโค้ชทุ่งโฮ้ง ยูไนเต็ดหลังจบแม็ตช์ก็ได้รับการติดต่อจากโค้ชสมคิด บันลือที่คุมทีมทุ่งโฮ้ง ยูไนเต็ด ว่าสนใจร่วมฝึกซ้อมกับทีมมั๊ย แต่ในขณะนั้นก็ยังไม่ได้เซ็นต์สัญญาและตัดสินใจอะไร แต่หลังจากนั้นปรึกษาพ่อแม่และรุ่นพี่ก็เลยมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมและได้ลงแข่งขันฟุตบอลนักเรียนกับทีมทุ่งโฮ้ง ยูไนเต็ด อีกทั้งคงทำผลงานได้ดีจนเข้าตาโค้ชหนุ่ม อานนท์ บรรดาศักดิ์ ที่มาชมเกมในวันนั้นจนได้รับโอกาสเซ็นต์สัญญากับสโมสรแพร่ ยูไนเต็ดในที่สุด”

จากแฟนบอลสู่นักบอล
การได้เซ็นต์สัญญาในฐานะนักเตะของสโมสรที่เคยติดตามชมการแข่งขันอยู่เสมอ คงไม่ต้องบอกถึงความรู้สึกสำหรับนักเตะดาวรุ่งรายนี้ที่เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เค้าคือแฟนพันธ์แท้บอลที่ติดตามชมการแข่งขันของทีมแพร่ ยูไนเต็ดแบบไม่พลาดแม้แต่นัดเดียว
“เมื่อปีที่แล้วผมคือแฟนบอลที่ตามเชียร์ทีมแพร่ ยูไนเต็ด เกมในบ้านก็จะเข้ามาชม มาเชียร์ทุกนัด ส่วนเกมเยือนจะติดตามข่าวสารของทีม แต่วันนี้ผมคือนักเตะของสโมสรที่ผมรักและติดตามเชียร์มาโดยตลอด มันช่างเป็นความรู้สึกที่เกินบรรยายจริงๆ ส่วนอีกเรื่องที่ดีใจเป็นพิเศษคือการได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกซ้อมกับขวัญใจอย่างพี่อาทิตย์ ภีระบรรณ นักเตะที่ผมติดตามและชื่นชอบเป็นพิเศษ”

วันแรกในการฝึกซ้อม
การเป็นนักเตะเพียงหนึ่งเดียวที่เดินทางมาซ้อมในทีมที่เต็มไปด้วยบรรดานักเตะดาวดังทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ล้วนแต่ผ่านประสบการณ์ในการลงเล่นมาอย่างโชกโชนย่อมทำให้เจ้ากันรู้สึกประหม่าและเคอะเขินเป็นอย่างมากในฐานะน้องใหม่ของทีม
“วันแรกที่ผมมาซ้อมร่วมกับทีม ผมทำอะไรไม่ค่อยถูกเหมือนกัน เพราะไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ก็มีโค้ชเรียกผมไปวิ่งเพื่อปรับพื้นฐานในการเป็นนักฟุตบอลที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งที่เราควรวิ่งท่าไหน ควรวางเท้าอย่างไรและก็ได้รับคำแนะนำจากบรรดาพี่ๆนักเตะทุกคนในทีม โดยเฉพาะพี่นันทพล ศุภไทยที่จะเข้ามาสอนเป็นประจำในเรื่องต่างๆ เช่น การยิงประตู การจ่ายบอลและพี่เค้าจะให้ผมซิตอัพทุกวันเพื่อช่วยในเรื่องสมรรถภาพร่างกาย บรรยากาศในทีมที่อบอุ่นช่วยให้ผมสามารถปรับตัวร่วมทีมได้ค่อนข้างเร็ว”

นัดแรกอย่างเป็นทางการ
หลังเซ็นต์สัญญาร่วมทีมแพร่ ยูไนเต็ดพร้อมรับการขัดเกลาจากบรรดาสต๊าฟโค้ชและนักเตะรุ่นพี่ในทีมเป็นอย่างดี สหวรรษ กันทามูล ก็ถูกส่งลงสนามอย่างเป็นทางการในศึกที่เรียกได้ว่าเป็นนัดใหญ่ของทีมและในตำแหน่งตัวจริงที่เกินความคาดหมายเลยก็ว่าได้
“แม็ตช์แรกอย่างเป็นทางการของผมคือฟุตบอล Thai League 3 ที่เปิดบ้านพบกับสระแก้ว เอฟซี ช่วงบ่ายวันนั้นมีการประชุมทีมซึ่งโค้ชก็แจ้งว่าใครจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรองและโค้ชหนุ่มก็บอกว่า 11 ตัวจริงมีชื่อผมด้วย ยอมรับว่าทั้งดีใจและตกใจทำอะไรไม่ถูก หลังจากประชุมทีมเสร็จก็รีบโทรบอกพ่อว่าได้ลงเป็นตัวจริง พ่อแม่ดีใจมากพร้อมอบกว่าทำให้ดีที่สุด ตั้งใจ ส่วนพี่ๆในทีมก็เข้ามาบอกว่าไม่ต้องตื่นเต้น เล่นไปตามเกมของเรา ความรู้สึกแรกที่ก้าวลงสู่สนามมันเหมือนฝันจริงๆ ฝันที่ได้ลงเล่นในสนามที่ตนเองเคยเป็นคนดู สนามที่คนเยอะที่สุดที่ผมเคยเล่นฟุตบอลมาในชีวิต รู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกจนเวลาผ่านไปเกือบ 10 นาทีถึงเริ่มตั้งสติได้และเล่นไปตามเกม ก่อนจะถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 40 ถามว่าพอใจผลงานตนเองแค่ไหน ผมบอกได้คำเดียวว่าพอใจมาก หลายคนอาจมองว่าทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่นี่เป็นแม็ตช์ที่ดีที่สุดในชีวิตและผมจะจดจำแม็ตช์นี้ไว้ตลอดไป”

ก่อนลงสนาม
การถือเคล็ดก่อนลงสนามสำหรับนักฟุตบอลกลายเป็นของคู่กันไปเสียแล้วและรวมไปถึงนักเตะดาวรุ่งรายนี้ที่มีเคล็ดส่วนตัวก่อนลงสนามเสมอ 
“ก่อนลงสนามทุกครั้ง ผมจะยกมือไหว้รูปในหลวงที่อยู่ในห้องแต่งตัว ขอพรให้พระองค์ท่านคุ้มครองนักเตะและทุกคนในสนามให้มีผลการแข่งขันที่ดี เป็นเกมที่เต็มไปด้วยน้ำนักกีฬา ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการเล่นฟุตบอลในสนามของผมที่เสมือนว่าได้เป็นนักฟุตบอลที่ดี เล่นอย่างเต็มที่จนนำมาสู่ผลการแข่งขันที่ดีของทีม”

จอมซุ่ม
การเป็นนักเตะวัยเยาว์ที่มีพรวรรค์ แต่ยังขาดสิ่งอื่นๆอยู่อีกมากที่พรสรรค์ไม่อาจมอบให้แก่เจ้าตัวอย่างครบครันจึงทำให้จึงต้องใช้พรแสวงมาช่วยในการพัฒนาฝีเท้าอยู่เสมอ
“ถ้าวันไหนไม่มีแข่งหรือไม่มีซ้อม ผมจะไปเล่นหรือไปซ้อมฟุตบอลกับเพื่อนอยู่เสมอ แต่ถ้าวันไหนเพื่อนไม่อยู่หรือไม่ว่างก็จะพยายามฝึกซ้อมคนเดียว ซ้อมทุกอย่างทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเล่นฟิตเนส การโยนบอล รับ-ส่งบอล การเล่นลูกกลางอากาศ ทุกวันคือโอกาสที่จะสามารถใช้ในการพัฒนาตัวเองและนี่คือสิ่งที่ท่องไว้เสมอว่าผมจะไม่เสียเวลาในการพัฒนาตนเองไป”

ความฝันกับม้าคะนองศึก
การลงเล่นให้กับทีมบ้านเกิดและเป็นทีมขวัญใจอย่างแพร่ ยูไนเต็ด ย่อมเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเกินคำบรรยายของเจ้ากันแต่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองกลางดาวรุ่งรายนี้คือการพาทีมบ้านเกิดเลื่อนชั้นสู่ลีคสูงสุดให้ได้ในสักวัน
“ผมอยากพาทีมแพร่ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นไปเล่นในลีคสูงสุดของไทยอย่าง Thai League 1 ให้ได้ในสักวัน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก สำหรับฟุตบอลทุกอย่างเป็นไปได้เสมอถ้าเรามีความพยายาม แต่ตอนนี้ขอโฟกัสไปที่การพาทีมเลื่อนชั้นสู่ Thai League 2 ให้ได้ในฤดูกาลหน้าก่อนครับ”

ความในใจของสหวรรษ กันทามูล
“ผมขอขอบพระคุณโค้ชเอ๋ สมคิด บรรลือ โค้ชทุ่งโฮ้ง ยูไนเต็ด, โค้ชหนุ่ม อานนท์ บรรดาศักดิ์ โค้ชเเพร่ ยูไนเต็ด, เเม่เลี้ยงไก่ ศุภวัลย์ ศุภศิริ, เเม่เลี้ยงติ๊ก ศิริวรรณ ปราศจากศัตรูและโกปี้ พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ ประธานสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด รวมไปถึงพี่ๆนักเตะทุกคนในทีมที่มอบโอกาสการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและช่วยพัฒนาผมจนมีวันนี้ วันที่มีโอกาสลงเล่นใน Thai League 3 ทุกสิ่งที่ทุกคนมอบให้ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ผมขอตอบแทนทุกท่านด้วยความทุ่มเทและผลงานในสนามอย่างเต็มที่สุดความสามารถของผมครับ”

Credit Picture : แพร่ ยูไนเต็ดฟุตบอลคลับ

Thai-football

—————————————————————
สนับสนุนโดย : UP-Development

“บ้าน" ที่ออกมาจากความตั้งใจและความใส่ใจ


https://www.facebook.com/UP-Development-241909426556923/