บทความ

อติกันต์ เกาะแก้ว ดาวดวงใหม่แห่งทัพค้างคาวมหากาฬ


จากเด็กหนุ่มที่หลงใหลในกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลแต่เซปักตระกร้อคือกีฬาอีกประเภทที่เล่นควบคู่กันและทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้นและพรแสวงที่ติดตัวมาโดยตลอด จึงพาตนเองก้าวสู่กีฬาฟุตบอลพร้อมกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยวัย 17 ปี ก่อนจะกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองจากผลงานที่ทำได้ดีในศึก Thai League 3 ภายใต้สีเสื้อเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในวัยไม่ถึง 20 ปีเต็ม เขาคือใคร Thai-football ขอพาคุณไปติดตามเรื่องราวชีวิตของ “โอม” อติกันต์ เกาะแก้ว

เขาเป็นใคร
อติกันต์ เกาะแก้ว หรือ โอม คือ นักเตะดาวรุ่งจากอำเภอเดิมบางนางบวช แห่งจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่ผลิตนักฟุตบอลชั้นดีแก่วงการฟุตบอลไทยมาแล้วอย่างมากมาย สำหรับตำแหน่งแรกที่เริ่มเล่นในสังเวียนลูกหนังของเจ้าตัวนั้นคือตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เล่นควบคู่กีฬาเซปักตระกร้อมาตั้งแต่วัยเยาว์
จากเด็กหนุ่มในครอบครัวที่ให้การสนับสนุนการเล่นกีฬาเป็นอย่างดีสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการย้ายโรงเรียนข้ามจังหวัดในชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเติมเต็มฝันชีวิตนักเตะที่เจ้าตัวไม่เคยใฝ่แต่ฝันอยู่เสมอ
“ผมเป็นคนอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ชั้นอนุบาลในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ จากนั้นก็โดนจับมาแล่นตำแหน่งศูนย์หน้าแต่ก็เล่นเซปักตระกร้อควบคู่ไปด้วย จนเรียนในระดับชั้น ม.5 มีแข่งขันฟุตบอลที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตอนนั้นผมเรียนและเล่นฟุตบอลให้กับทีมโรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัยซึ่งมีการรวมทีมกับทีมสิงห์บุรี ชุดเตรียมสู้ศึกดิวิชั่น 2 ในขณะนั้นและทำผลงานได้ดีจนได้รับการชักชวนให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม ผมก็ปรึกษาครอบครัวและก็ตัดสินใจย้ายโรงเรียน จนมีโอกาสเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับทีมสิงห์บุรี บางระจัน เอฟซี”

ทำไมต้องรู้จัก....อติกันต์ เกาะแก้ว
โอม คือ นักฟุตบอลดาวรุ่งที่ลงเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยวัยไม่ถึง 18 ปี ภายใต้สีเสื้อสิงห์บุรี บางระจัน เอฟซีที่เจ้าตัวมีโอกาสลงรับใช้ทีมถึง 2 ฤดูกาลก่อนจะย้ายมาลงเล่นให้กับทัพค้างคาวมหากาฬ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในศึก Thai League 3 โซนบน พร้อมยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมด้วยวัยเพียง 19 ปี ในบทบาทที่เรียกได้ว่าเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกของทีมไม่ว่าจะเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า กองกลางตัวรุกหรือริมเส้น ด้วยลีลาการเล่นอันจัดจ้าน เร็วและไปกับบอลได้ดี อีกทั้งยังโหม่งทำประตูที่เฉียบขาด ผลงาน 6 ประตูในฤดูกาล 2018 ที่อาจไม่มากเท่าใดนักแต่หากเทียบกับศักยภาพของทีมและด้วยอายุที่ถือว่าทำได้เกินตัวกันเลยทีเดียวกับนักเตะดาวรุ่งแห่งเดิมบางนางบวชรายนี้

นักเซปักตระกร้อ
ด้วยส่วนสูง 181 เซนติเมตรที่ถือว่าไม่มากเท่าใดนักในตำแหน่งนักเตะแนวรุก แต่การยกให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่จบสกอร์ด้วยลูกกลางอากาส เลี้ยงกินตัวและไปกับบอลได้ดีก็คงมาจากพื้นฐานการเล่นกีฬาเซปักตระกร้อที่เล่นมาตั้งแต่เด็ก พร้อมทำงานได้ดีจนทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักฟุตบอลที่ครบเครื่องคนนึง
“ผมเล่นกีฬาเซปักตระกร้อมาตั้งแต่ชั้น ป.4 จนถึงชั้น ม.3 และก็ทำได้ดีเคยลงแข่งขันอยู่บ่อยครั้ง ผมว่าการผ่านการเล่นเซปักตระกร้อมาก่อนช่วยการเล่นฟุตบอลได้เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะการเล่นลูกกลางอากาศและโหม่งทำประตูที่ทำได้ค่อนข้างดี”

ประตูเรียกความมั่นใจ
แม้ในฤดูกาล 2018 เจ้าตัวจะถูกจับเล่นในตำแหน่งต่างๆ เรียกได้ว่าทุกตำแหน่งในแนวรุกของทัพค้างคาวมหากาฬก็ว่าได้แต่หลังทำประตูแรกอย่างเป็นทางการกับสโมสรของฤดูกาลด้วยการเหมา 2 ลูก ในนัดที่ 3 ของฤดูกาลที่เปิดบ้านเอาชนะกาฬสินธุ์ เอฟซี 3 ประตูต่อ 0 ได้ส่งผลต่อความมั่นใจในการลงเล่นของเจ้าตัวเป็นอย่างมาก
“การซัดประตูแรกได้ในนัดที่ 3 ของฤดูกาลพร้อมพาทีมกำชัยได้ ซึ่งถือว่าเบิกร่องได้เร็วช่วยสร้างความมั่นใจให้ผมได้เยอะสำหรับการทำประตูในซีซั่นนี้ ถามว่าพอใจผลงานตัวเองมั๊ยในฤดูกาลนี้ ก็ยอมรับว่าค่อนข้างพอใจพอสมควรแต่ผลงานทีมผมว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้โดยเฉพาะในเลคที่ 2 ที่ผลงานทีมดร็อปลงไปพอสมควร”

พร้อมเพื่อทีม
การเป็นนักเตะที่นับว่าครบเครื่องเกินวัย ทำให้แฟนบอลมักเห็นเจ้าตัวถูกจับไปเล่นในตำแหน่งต่างๆ ตามแท็คติคของทีมอยู่เสมอ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการลงเล่นรับใช้ทีมแต่อย่างใด เพราะผลงานของทีมย่อมมาก่อนผลงานส่วนตัวอยู่เสมอ
“ตำแหน่งที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า เพราะผมชอบยิงประตู ชอบความรู้สึกหลังยิงประตูได้ มันรู้สึกสุดวิเศษจริงๆ แต่สำหรับบทบาทที่โดนสับเปลี่ยนการลงเล่นโดยตลอดในฤดูกาลนี้ถือว่าไม่มีปัญหา ทำได้ทุกอย่างเพื่อทีม แต่ก็อาจจะต้องปรับตัว ปรับจังหวะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

แรงใจที่สำคัญ
การลงเล่นฟุตบอลทุกครั้งของกองกลางดาวรุ่งรายนี้ ถ้าไม่ห่างจากบ้านมากนัก พ่อแม่จะคอยตามไปชมเกมการแข่งขันของลูกชายคนนี้อยู่เสมอ อีกทั้งการได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวในการเล่นกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็กไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสในการย้ายโรงเรียนเพื่อโอกาสในการเล่นฟุตบอล การตามไปส่งเชียงเชียร์และแรงใจแก่ลูกชายทุกครั้งในสนามแข่งขันจึงเรียกได้ว่า ครอบครัว คือแรงใจที่สำคัญที่สุดของนักเตะรายนี้
"พ่อแม่ผมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่มาตั้งแต่ผมเด็กๆ คอยตามเชียร์ ตามให้แรงใจโดยตลอด ถ้าวันไหนผมมีแข่งถ้าไม่ไกลจากแถวบ้านมากนัก พ่อกับแม่จะอยู่ในสนามเสมอ พ่อแม่คือแรงใจที่สำคัญที่ผมอยากทำให้ท่านภูมิใจในตัวผม"

ฟุตบอลคือการพัฒนา
“ถามว่าตัวเองมีจุดเด่นในการเล่นฟุตบอลตรงไหน ก็คงเป็นเรื่องความเร็ว การเลี้ยงบอลกินตัวและลูกกลางอากาศที่ทำได้ดี ส่วนเรื่องจุดอ่อนก็คงเป็นเรื่องการเล่นเกมรับที่ยังทำได้ไม่ดีและร่างกายที่ยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร แต่ฟุตบอลคือการพัฒนา ผมยังต้องพัฒนาตนเองในทุกๆอย่าง จุดเด่นที่มองว่าตัวเองมีก็ต้องพัฒนาให้ดีกว่าเดิม ดีที่สุด ส่วนจุดอ่อนก็ต้องแก้ใขไม่ให้มีข้อบกพร่องในสนาม ผมอยากเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

อนาคตของอติกันต์
แม้นจะทำผลงานให้กับทีมเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ดได้อย่างโดดเด่นแต่สำหรับดาวเตะรายนี้ได้เผยอนาคตในการค้าแข้งไว้ว่า "ผมอยากพัฒนาตัวเอง พัฒนาในทุกด้าน พัฒนาในสิ่งที่รัก นั่นคือฟุตบอล เพื่อยกระดับการเล่นตัวเองให้ดีกว่านี้ ถ้ามีโอกาสอยากลงเล่นในทีมใหญ่หรือทีมชั้นนำของประเทศ"

Credit Picture : MuangKan United

Thai-football

—————————————————————
สนับสนุนโดย : UP-Development

“บ้าน" ที่ออกมาจากความตั้งใจและความใส่ใจ


https://www.facebook.com/UP-Development-241909426556923/