บทความ

ลงเล่นฟุตบอลลีคครั้งแรกด้วยวัยเพียง 16 ปี/ นักสะสมสตั๊ดตัวยง/เทพอุ้มคนต่อไป : จิรวัฒน ทองแสงพราว


ครั้งหนึ่ง เจมี่ คาราเกอร์ อดีตแข้งลิเวอร์พูล เคยกล่าวไว้ว่า “สมัยยังเป็นเด็ก ไม่มีใครอยากเล่นเป็นแบ็คหรอก” แต่สำหรับ จิรวัฒน ทองแสงพราว แบ็คซ้ายดาวรุ่งทีมชาติไทยแห่งทีมอยุธยา ยูไนเต็ดที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจนได้รับการจับตามองจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในลีคสูงสุดอย่างมากมาย รวมถึงฟอร์มในฤดูกาล 2018 ที่กำลังร้อนแรงเหลือเกินหลังนำทัพนักรบอโยธยารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง Thai League 3 โซนบนในขณะนี้คือข้อยกเว้น แต่เขาเป็นใคร........มาจากไหน? Thai-football ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแบ็คซ้ายดาวรุ่งรายนี้

เขาเป็นใคร

หนุ่มน้อยจากอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดในครอบครัวนักฟุตบอลโดยแท้ พ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลเดินสาย จิรวัฒนมีน้องชาย 1 คนเล่นฟุตบอลเช่นกัน ปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลทีมโรงเรียนประจำจังหวัดแต่เล่นในตำแหน่งกองกลาง

“เทพโจ” คือ ฉายาที่แฟนบอลหลายคนมอบให้ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ด้วยความที่มักเห็นพ่อเล่นฟุตบอลเดินสายอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกันกับน้องชายของเขา ทำให้ทั้งสองมักเล่นฟุตบอลด้วยกันอยู่เสมอและได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติมจากครูคนแรกที่อยู่ในบ้าน นั่นคือคุณพ่อนั่นเอง

โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์ มหาอำนาจลูกหนังขาสั้นอีกแห่งของเมืองไทยที่เคยผลิตนักฟุตบอลชั้นยอดของเมืองไทยอย่างธนาสิทธิ์ ศิริผลาและชนาธิป สรงกระสินธ์ มาแล้ว คือ สถานีแห่งแรกที่เจ้าตัวมีโอกาสไปฝึกฝนฝีเท้าอย่างจริงจังตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาก่อนจะเดินทางไปคัดตัวเข้าอะคาเดมีของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (โรงเรียนภัทรบพิตร) และนั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังของดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยอดทีมแห่งพระนครศรีอยุธยารายนี้

เหตุผลที่ต้องรู้จัก…จิรวัฒน

จิรวัฒน คือนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ลงเล่นในฟุตบอลลีคอาชีพครั้งแรกด้วยวัยเพียง 16 ปี ภายใต้สีเสื้อสุรินทร์ เอฟซีในศึกดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ภายใต้การคุมทีมของอนุรักษ์ ศรีเกิด ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น 
หลังหมดสัญญากับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สิ่งแรกที่เจ้าตัวตัดสินใจคือการกลับคืนสู่บ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านที่เจ้าตัวต้องออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปไขว่คว้าความฝันบนเส้นทางสายฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก พร้อมการลงรับใช้ทีมบ้านเกิดอย่างอยุธยา วอริเออร์ในฤดูกาล 2016 ด้วยความทุ่มเทและฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมทำให้เจ้าตัวยึดตำแหน่งตัวจริงและกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในวัยเพียง 18 ปี พร้อมพาทีมนักรบอโยธยาเลื่อนชั้นสู่ Thai League 3 ได้สำเร็จก่อนที่อยุธยา วอริเออร์จะร่วมมือกับสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในนาม อยุธยา ยูไนเต็ด

เปี่ยมประสบการณ์

แม้จะก้าวสู่ทีมด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นที่สั่งสมมาอย่างยาวนานตั้งแต่วัยเยาว์ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเคอะเขินในการกลับมาร่วมทีมบ้านเกิดในครั้งนี้ อีกทั้งยังนำสิ่งที่ดีมาสู่ทีมอีกด้วย นั่นคือ ความเป็นมืออาชีพและสปิริต
“สิ่งที่ผมได้จากการออกไปใช้ชีวิตค้าแข้งนอกบ้านตั้งแต่เด็กคือประสบการณ์ การเคยผ่านเกมใหญ่ๆและเกมระดับอาชีพมาก่อนส่งผลดีกับผม สำหรับผมไม่เคยยึดติดว่าตัวเองต้องได้ลงเป็นผู้เล่นตัวจริง เพราะคนที่ทำผลงานได้ดีย่อมได้รับโอกาสลงเล่นก่อนเสมอ ฟุตบอลต้องวัดกันที่ผลงาน ถ้าเราทำงานได้ดี ตำแหน่งตัวจริงก็เป็นของเรา”

จุดอ่อน

การยิงประตู, การครอสบอลและพละกำลัง คือ สิ่งที่เค้ามองว่าเป็นจุดอ่อนของตนเองในปัจจุบัน การฝึกซ้อมคือสิ่งเดียวที่จะใช้ในการพัฒนาตนเอง ทำให้ก่อนและหลังการฝึกซ้อมคือช่วงเวลาที่มักจะเป็นช่วงนาทีทองที่เลือกใช้พัฒนาตนเองอยู่เสมอโดยเฉพาะการยิงฟรีคิคที่จะต้องทำการฝึกซ้อมทุกวันที่ทำการฝึกซ้อม รวมไปถึงการฝึกซ้อมร่วมกับน้องชายในช่วงเช้าและช่วงเวลาว่างโดยมีเทรนเนอร์ส่วนตัวอย่าง พ่อ ดูแลและให้คำแนะนำโดยไม่คลาดสายตา
“ผมจะซ้อมเพิ่มเติมทุกวันในช่วงก่อนและหลังฝึกซ้อมของทีม บางวันก็จะซ้อมกับน้องชาย 2 คน ช่วงเช้าหรือช่วงที่มีเวลาว่าง”

เทพอุ้มคนต่อไป

การเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและมีลีลาการเล่นละม้ายคล้ายคลึงกับดาวเตะทีมชาติไทยอย่างธีราธร บุญมาทัน จนถูกยกให้ว่าจะเป็น “เทพอุ้ม” คนต่อไปนั้น เจ้าตัวได้เผยความรู้สึกถึงเรื่องดังกล่าวด้วยว่า
“ผมดีใจที่ถูกยกให้เป็นทายาทของพี่อุ้ม ธีราธร บุญมาทัน คนต่อไป แต่สำหรับผมแล้ว ความสามารถของผมยังห่างจากพี่อุ้มอยู่อีกเยอะและนั่นคือสิ่งที่ผมต้องพัฒนาไปให้เท่าเทียมพี่อุ้มให้ได้ครับ”

ไอดอล

การเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ถือเป็นตำแหน่งที่ระยะหลังเริ่มมีความสำคัญทั้งเกมรุกเกมรับมากขึ้นเรื่อยๆ การเรียนรู้จากยอดแบ็คซ้ายชั้นนำของโลกคือสิ่งที่มักทำเป็นประจำของจิรวัฒน
“ผมชอบศึกษาการเล่นของแบ็คซ้ายเก่งๆ หลายคนเรียกได้ว่าเป็นไอดอลการเล่นของผมเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น พี่อุ้ม ธีราธร บุญมาทัน มาเซโล่ แบ็คซ้ายทีมรีล มาดริดและเดิวด อลาบา แบ็คซ้ายของทีมบาเยิร์น มิวนิค ผมชอบจำทริคการเล่น การเคลื่อนที่และหลายๆอย่าง จากนั้นก็นำมาพัฒนาตนเอง”

รู้หรือไม่

โจ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ชื่นชอบการเก็บสะสม "ความทรงจำ" กับรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าสตั๊ดยี่ห้อ ADIDAS ที่ชื่นชอบและใช้เป็นประจำ
“พอผมมีรายได้จากการเล่นฟุตบอล ผมก็ซื้อรองเท้าสตั๊ดมาใช้อยู่ตลอด โดยเฉพาะยี่ห้อ ADIDAS นี่จะชื่นชอบเป็นพิเศษ ส่วนตัวเป็นคนดูแลรองเท้าดี ส่วนคู่ไหนไม่ได้ใช้ผมจะทำความสะอาดและเก็บรักษาไว้ในตู้เป็นอย่างดี”

เทรนเนอร์ส่วนตัว

การลงเล่นในทุกแม็ตช์ทั้งเกมเป็นทางการและไม่เป็นทางการของจิรวัฒน ทองแสงพราว จะมีพ่อและน้องชาย รวมไปถึงคุณแม่ในวันที่ไม่ติดภารกิจเข้าชมเกมทุกครั้ง เพื่อให้กำลังใจและดูการเล่นว่ามีจุดด้อย จุดที่ต้องปรับปรุงตรงไหนบ้างเพื่อเป็นการยกระดับฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนเรื่องที่เห็นจะโดนเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ปรับอยู่เสมอ นั่นคือ การควบคุมอารมณ์ 
“พ่อและน้องชายจะไปชมเกมที่ผมลงเล่นอยู่เสมอ ส่วนแม่ถ้าไม่ติดงานก็จะไปด้วยทุกครั้ง พอหลังเกมพ่อก็จะบอกว่าเราควรปรับตรงไหนบ้าง ควรเพิ่มตรงไหนบ้าง ส่วนที่โดนบอกให้แก้ไขปรับปรุงบ่อยๆ คือ เรื่องอารมณ์ในเกม ที่ค่อนข้างจะจุดเดือดต่ำไปสักหน่อย”

ก่อนเกม

แม้ลีลาในสนามจะเปนแนวสายบู๊ ดุเดือด เลือดพล่านเกินอายุ แต่ใครจะรู้ว่าก่อนเกมของแบ็คซ้ายดาวรุ่งคนนี้ที่จะต้องทำก่อนทุกครั้งคือการเดินทางไปไหว้พระ ขอพรพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งวัดที่ไปไหว้แทบทุกครั้งคือ วัดเกาะแก้วเกษฏารามและวัดพนัญเชิงวรวิหาร

ในค่ายฝึกซ้อม

แม้จะถูกยกให้เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมอยุธยา ยูไนเต็ด แต่การเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบรรดานักเตะรุ่นพี่ในการฝึกซ้อมคือสิ่งที่เจ้าตัวมักทำเป็นประจำเพื่อหวังยกการเล่นตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม
“ผมผ่านการร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมที่เก่งๆ มาหลายคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผมชอบดูเทคนิดและจุดเด่นของแต่ละคนเพื่อมาพัฒนาตนเองอยู่ตลอด อย่างเช่นฤดูกาลปัจจุบันก็ดูฝีเท้านักเตะต่างชาติ เช่น เคนทาโร่ ทาคามัตสึ กองกลางชาวญี่ปุ่นและเนโต้ ซานโต้ส กองหน้าชาวบราซิล”

เป้าหมายปัจจุบัน

หลังค้าแข้งให้ทีมบ้านเกิดอย่างอยุธยา ยูไนเต็ดมา 3 ฤดูกาล จนในฤดูกาล 2018 ที่ทัพนักรบอโยธยารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงศึก Thai League 3 โซนบนตามหลังทีมจ่าฝูงอย่างเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ดอยู่เพียง 2 คะแนนและเหลือการแข่งขันเพียง 2 นัด พร้อมกำตั๋วรอบเพลย์ออฟไว้ในมือเป็นที่เรียบร้อยแต่แบ็คซ้ายจอมแกร่งรายนี้ยังมั่นใจว่าจะพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีคพระรองอย่าง Thai League 2 ได้อย่างแน่นอน
“แม้เราจะตามหลังทีมจ่าฝูงอยู่ 2 คะแนน แต่ผมมั่นใจว่าเราจะเลื่อนชั้นสู่ Thai League 2 ได้อย่างแน่นอน 100% เพราะดูจากโปรแกรมแล้วเราได้เปรียบอีกทีมและน่าจะคว้าแชมป์โซนบนได้อีกด้วย”

ความฝัน
ด้วยลีลาการเล่นอันโดนเด่น ฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา รวมไปถึงการเป็นผู้เล่นที่สื่อหลายสำนักจับตามองจนถูกยกว่าดีเกินไปในการค้าแข้งใน Thai League 3 ทำให้เจ้าตัวเริ่มได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย แต่สำหรับดาวรุ่งรายนี้ได้เผยความฝันในการค้าแข้งไว้ด้วยว่า 
“ผมอยากลงเล่นในลีคสูงสุดอย่าง Thai League 1 พร้อมได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องและสามารถพัฒนาตนเองให้ดีกว่านี้ ผมหวังว่าสักวันผมจะพาตนเองไปถึงจุดนั้นให้ได้โดยเร็วด้วยฝีเท้าตนเอง”

Credit Picture : Ayutthaya United

Thai-football
—————————————————————
สนับสนุนโดย : UP-Development

“บ้าน" ที่ออกมาจากความตั้งใจและความใส่ใจ


https://www.facebook.com/UP-Development-241909426556923/