บทความ

กว่าจะเป็น ณัฐพล วรสุทธิ์...ดาวรุ่งจาก T4 ที่รอวันฉายแสง


อดีตคือเด็กน้อยที่นั่งเฝ้าขอบสนามชมพ่อแข่งขันฟุตบอลเดินสาย, ผ่านการฝึกปรือจากอะคาเดมี่โค้ชธงชัย สุขโกกี, อดทนนั่งรถตู้ไป-กลับวันละ 4-5 ชั่วโมงเพื่อไปฝึกซ้อมฟุตบอล, ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเลือกเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียว, นักเตะ T4 คนเดียวที่ติดทีมชาติไทย, ช่วยพ่อผ่อนแท็กซี่ด้วยรายได้ทุกบาทจากการเล่นฟุตบอล

วันนี้ Thai-football จึงได้มีโอกาสนำทุกท่านมารู้จักกับเด็กหนุ่มธรรมดาไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการลูกหนังเมืองไทยของทีมนครปฐม ยูไนเต็ด ที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงของทัพช้างศึกพร้อมเดินบนเส้นทางสายลูกหนังที่พ่อและครอบครัวใฝ่ฝัน เขาคือเด็กหนุ่มผู้ทุ่มเทและมุ่งมั่นทุกวินาทีให้ฟุตบอลที่ชื่อ “เก๋า” ณัฐพล วรสุทธิ์

เขาเป็นใคร

ณัฐพล วรสุทธิ์ เกิดเมื่อปี 2540 ในครอบครัวขนาดเล็กกลางกรุงเทพมหานคร มีน้องชาย 1 คน เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ หลังมีโอกาสติดสอยห้อยตามพ่อเดินสายตระเวนแข่งขันฟุตบอลเดินสายที่พ่อมักประจำการในตำแหน่งกองหลังของทีม การได้สัมผัสลูกหนังตั้งแต่วัยเด็ก การได้ร่วมซึมซับกลิ่นอายลูกหนังที่เต็มไปด้วยความสนุก เร้าใจและเต็มไปด้วยมิตรภาพทำให้ความหลงใหลในลูกหนังถูกฝังในตัวของเค้าไปโดยปริยาย 
“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 6 ขวบ พ่อเป็นคนสอนผมเล่นฟุตบอลเป็นคนแรก หลังจากอายุได้ 8 ขวบก็ได้มีโอกาสไปเรียนที่อะคาเดมี่ของโค้ชธง ธงชัย สุขโกกี ช่วงแรกก็เป็นการเรียนเรื่องเทคนิคการเล่นฟุตบอลเป็นส่วนมาก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มลงทีม ผมโดนจับไปเล่นกองกลาง นับแต่นั้นมาก็เล่นตำแหน่งนี้มาโดยตลอด ถามว่าทำไมผมเลือกเล่นฟุตบอลหน่ะเหรอ คงเป็นเพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่สนุก ให้ความสุข ได้เพื่อน พี่ น้องและมิตรภาพ”

ลูกแม่รำเพย

นี่คือนักเตะเยาวชนที่ผ่านการคัดตัวโครงการ Center of Excellence ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและได้เป็นนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย ทำการฝึกซ้อมและเก็บตัวอยู่ที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอกและเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวัดหนองจอกพิทยานุสรณ์ แต่หลังจากนั้นไม่นานนักชีวิตก็ถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วยความสามารถในเชิงลูกหนังอันเอกอุของเจ้าตัวทำให้เจ้าเก๋าได้มีโอกาสเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเทพศิรินทร์ในระดับชั้น ม.3 
“หลังช่วงเรียนที่โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ผมกำลังจะไปคัดตัวเข้าอะคาเดมี่ของชลบุรี เอฟซี แต่ก็ได้รับการติดต่อจากโค้ชธงว่าสนใจย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์รึป่าว ซึ่งนั่นทำให้ผมตัดสินใจไม่ยากเลย แต่หลังจากเข้าเรียนที่เทพศิรินทร์ผมก็ไม่ได้ร่วมงานกับโค้ชธง เพราะโค้ชไม่ได้ทำทีมต่อและเป็นโค้ชกู้ อาจารย์ศักดา อุสมา ที่เข้ามาคุมทีมแทนโค้ชธง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากโค้ชกู้เคยสอนผมที่อะคาเดมี่ของโค้ชธงมาก่อน”

อดทนสู่ฝัน

แม้จะไม่ผ่านการตัดตัวรอบสุดท้ายทีมฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี แต่การได้รับการชักชวนเข้าสู่รั้วของทีมดังอย่างทรู แบ็งค็อค ยูไนเต็ด คือสิ่งที่เข้ามาทดแทนและนั่นก็เป็นโอกาสที่เจ้าตัวคว้าทันทีเพื่อหวังเป็นเส้นทางในการก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอดที่มาพร้อมกับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต นั่นคือ การศึกษา
“หลังจากผมไม่ติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ผมก็ได้รับการติดต่อเข้าร่วมทีมทรู แบ็งค็อค ยูไนเต็ด หลังจากผมได้คุยกับพ่อ ทำให้ผมตัดสินใจเซ็นต์สัญญากับทีม ในขณะเดียวกันผมก็ต้องเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ก็มีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดลที่ให้โอกาสกับผม ด้วยความที่ขณะนั้น ทรู แบ็งค็อค ยูไนเต็ด ซ้อมที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ผมเลยเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเรียนที่ศาลายา แต่จากนั้นทีมก็ย้ายไปแข่งและซ้อมที่สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทำให้หลังเรียนเสร็จผมต้องนั่งรถตู้ไป-กลับที่รังสิตทุกวันๆ ละประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพื่อทำการฝึกซ้อมกับทีม หลังจากฝึกเสร็จก็กลับมานอนที่หอพักในมหาวิทยาลัยที่ศาลายา ยอมรับว่าเหนื่อยแต่ก็อดทน เพราะนี่คือการอดทนเพื่อความฝัน”

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

การเล่นฟุตบอลควบคู่ไปพร้อมกับการเรียนคือสิ่งที่ไม่ยากลำบากเท่าใดนักกับนักฟุตบอลหลายๆคน แต่อาจไม่ใช่สำหรับบางคนที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางทุกวันกว่า 4-5 ชั่วโมงเพื่อร่วมฝึกซ้อมและลงแข่งขันให้กับทีมเป็นประจำ ในบางวันจำต้องขาดซ้อม เพราะมีเหตุจำเป็นในการเรียนและนั่นคือการตัดสินใจครั้งสำคัญของเจ้าตัว
“บางช่วงผมก็ขาดซ้อม เนื่องจากมีเรียนและเดินทางไปไม่ทันซ้อม ทำให้โดนดร็อปและไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเหมือนเพื่อนร่วมทีม จนเรียนจบชั้นปี 3 ผมเริ่มมองว่าคงต้องเลือกทางใดทางนึงระหว่างฟุตบอลหรือเรียนหนังสือ พ่อกับผมจึงมานั่งคุยกันและปรึกษาผู้ใหญ่หลายๆ คน จากนั้นพ่อก็ขับรถพาไปลาออกที่มหาวิทยาลัยด้วยตนเองเพื่อที่จะเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่หลังจากลาออกได้เพียง 6 เดือนผมก็หมดสัญญากับทีมทรู แบ็งค็อค ยูไนเต็ดและไม่ได้รับการต่อสัญญากับทีม มันเป็นอะไรที่เกินบรรยายจริงๆนะ สำหรับความรู้สึกในวันนั้น”

แสงสุดท้าย

การกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดด้วยวัยเพียง 21 ปี ที่เกิดขึ้นหลังตัดสินใจทุ่มเททุกอย่างในชีวิตเพียงเพื่อสิ่งที่เรียกว่า ‘ฟุตบอล’ อย่างเดียวเพียง 6 เดือน พร้อมกับคำถามว่าจะทำอย่างไรต่อไปในชีวิต หากเป็นใครสักคนคงหมดหวังท้อแท้ในชีวิตและหยุดเล่นฟุตบอลไปแล้วอย่างแน่นอน แต่คงไม่ใช่กับนักเตะดาวรุ่งรายนี้ที่ซุ่มซ้อมฟุตบอลอย่างหนักเช่นเดิม ด้วยเหตุที่ว่าได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว
“หลังจากวันนั้น ผมยังซ้อมฟุตบอลตามปกติเหมือนเดิม เพราะผมเลือกแล้วว่าจะเอาดีด้านนี้ให้ได้ ส่วนพ่อก็ติดตามข่าวสารฟุตบอลโดยตลอด จนวันนึงพ่อก็ทราบข่าวว่าโค้ชธงไปคุมทีมนครปฐม ยูไนเต็ดและทราบว่ามีการคัดตัว พ่อก็เลยขับรถพาผมไปคัดตัวที่สนามในวันรุ่งขึ้น พ่อบอกผมว่าทำให้เต็มที่ สำหรับผมก็ไม่ได้คิดว่าจะติดทีมเช่นกัน ทำตามที่พ่อบอกและทำให้เต็มที่ สุดท้ายผมก็ได้รับสัญญาเล่นฟุตบอลอาชีพฉบับแรกในชีวิตที่นครปฐม ยูไนเต็ด”

ไม่คาดฝัน

การเข้ามาร่วมทีมที่เต็มไปด้วยดาวดังที่เต็มไปด้วยฝีเท้าอันยอดเยี่ยมและผ่านประสบการณ์อย่างมากมายในทีมนครปฐม ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวไม่เคยหวังตำแหน่ง 11 ตัวจริงในทีมแต่นับจากเกมแรกของฤดูกาลของเสือป่าราชา เป็นต้นมา ณัฐพล วรสุทธิ์ คือ ผู้เล่นคนสำคัญของทีมไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยการลงเล่นตัวจริงทุกนัดพร้อมนำทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูง Thai League 4 โซตะวันตกในปัจจุบัน
“เอาจริงๆ ผมไม่เคยคิดมาก่อนนะว่าจะได้เป็นตัวจริงของทีม เพราะในทีมเต็มไปด้วยพี่ๆฝีเท้าดีๆอย่างมากมาย อาจเพราะผมเป็นผู้เล่นโควต้าอายุไม่เกิน 21 ปีมั๊ง เลยทำให้มีโควต้าลงเล่นพอดี แต่พ่อเคยบอกเสมอว่าเมื่อมีโอกาสแล้วก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดในทุกนัด ผมพอใจผลงานของตัวเองพอสมควรนะในฤดูกาลนี้ แต่มันยังไม่ดีที่สุด ผมว่าตนเองยังทำได้ดีกว่านี้”

ทีมชาติไทย

การกลายเป็นนักเตะเพียงคนเดียวจาก Thai League 4 ทีมีรายชื่อติดทัพช้างศึกจูเนียร์ ชุดอุ่นเครื่องกับ ฮ่องกง นั่นทำให้หลายคนเริ่มโฟกัสพร้อมกับคำถามว่าเค้าคือใคร มาจากไหนและเจ๋งเพียงใด
“โค้ชธงเป็นคนแรกที่บอกผม แต่ผมไม่เชื่อนะ คิดว่าโดนโค้ชแกล้งแน่ๆ สุดท้ายโค้ชก็บอกว่าโค้ชโย่งเป็นคนโทรมาบอกด้วยตนเอง หลังจากนั้นผมรีบโทรบอกพ่อทันที พ่อดีใจมากและบอกว่า โอกาสมาแล้วทำให้เต็มที่”

ไม่ดีพอและพยายาม

หลังมีรายชื่อร่วมทัพติดทีมชาติไทย ชุดเอเชียน เกมส์ ภายใต้การคุมทีมของวรวุฒิ ศรีมะฆะ ได้มีโอกาสร่วมฝึกซ้อมและอุ่นเครื่องกับทีมชาติฮ่องกง แม้จะไม่ได้ไปต่อกับทีมแต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
“พ่อขับรถพาไปรายงานตัวเข้าร่วมฝึกซ้อมทีมชาติ ผมดีใจที่ทำให้พ่อได้ภูมิใจและได้เจอเพื่อนเก่าหลายคน การได้ฝึกซ้อมกับทีม ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติฮ่องกง ครึ่งหลังเต็ม 45 นาที คือ โอกาสครั้งสำคัญ ถามว่าวันนั้นผมพอใจผลงานตัวเองมั๊ย ก็พอใจนะ วันนั้นพ่อก็ไปชมเกมในสนามด้วยพ่อก็บอกว่าทำได้ดี แต่สุดท้ายเรายังไม่ดีพอ ไม่ได้ไปต่อกับทีม แสดงให้เห็นว่า ผมยังไม่ผ่านการทดสอบ ต้องพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้”

พัฒนา

การลงเล่นตัวจริงทุกนัดของทีมในฤดูกาล 2018 พร้อมซัดไปแล้ว 4 ประตูและมีโอกาสติดทีมชาติไทย ทำให้หลายคนย่อมมองว่านี่คือการถึงจุดสุดยอดที่นักเตะวัย 21 ปีทำได้ดีแล้ว แต่สำหรับดาวเตะรายนี้มองว่ายังมีหลายอย่างที่ยังต้องพัฒนา
“ที่นครปฐม ทุกคนจะมาสนามซ้อมก่อนเวลาซ้อมเสมอและนั่นเป็นโอกาสในการพัฒนาของผม ทุกวันก่อนซ้อมผมจะฝึกโยนบอลและยิงประตูเพิ่มเติม เพราะ นี่คือสิ่งที่ผมทำได้ยังไม่ดี ผมต้องฝึก ต้องโยนบอลให้แม่นกว่าเดิม ต้องยิงประตให้ดีกว่าเดิม ต้องทำให้ดีกว่าเดิม ฟุตบอลไม่มีคำว่าหยุดพัฒนา”

พ่อและลูก

การมีแรงบันดาลใจเล่นฟุตบอลมาจากคุณพ่อ คุณพ่อที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายได้เดินตามฝันอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางสายฟุตบอลย่อมบ่งบอกได้ถึงความผูกพันและทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อลูกคู่นี้ได้เป็นอย่างดี
“ครอบครัวผมไม่ค่อยมีฐานะเท่าไหร่ แต่พ่อทำทุกอย่างเพื่อผมและผมก็ทำทุกอย่างเพื่อพ่อ สมัยเรียนที่เทพศิรินทร์พ่อเคยขาดงานมาเพื่อดูผมแข่งฟุตบอล จนทำให้พ่อมีปัญหาในที่ทำงาน ทำให้พ่อตัดสินใจออกจากงานมาขับแท็กซี่เพื่อหวังว่าจะมีเวลามาดูผมลงเล่นและสนับสนุนผมได้อย่างเต็มที่ ตอนเล่นที่ทรู แบ็งค็อคฯ รายได้ทุกบาทผมโอนเงินให้พ่อ ถึงแม้มันจะไม่เยอะแต่ผมก็หวังว่าจะเอาไปช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ หลังจากมาเล่นที่นครปฐม ยูไนเต็ดก็ทำเช่นเดิม เงินทุกบาทผมก็โอนให้พ่อเพื่อที่พ่อจะได้เอาไปผ่อนค่าแท็กซี่และค่าใช้จ่ายในครอบครัว พอมีค่าใช้จ่ายอะไรที่ผมต้องใช้จ่ายก็บอกให้พ่อโอนเงินให้ พ่อทำทุกอย่างเพื่อผมจริงๆ จะไปไหนมาไหน พ่อก็พาไปทุกที่ มีอะไรก็คุยกับพ่อ พ่อคือคนที่อยู่ข้างผมตลอดเวลา”

ความฝันเพื่อพ่อ

“ผมอยากลงเล่นในลีคสูงสุด อยากติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อยากเล่นทีมชาติให้พ่อนั่งดูสักครั้งในชีวิต ผมอยากทำให้พ่อภูมิใจในตัวผม”

Credit Picture : NakhonpathomUnited

Thai-football

—————————————————————
สนับสนุนโดย : UP-Development

“บ้าน" ที่ออกมาจากความตั้งใจและความใส่ใจ


https://www.facebook.com/UP-Development-241909426556923/